ผลิตกล่องครีม

สร้างแบรนด์ไม่ง่าย..แต่ก็ไม่ยาก

จะเริ่มทำผลิตภัณฑ์อะไรสักอย่างเพื่อให้สร้างรายได้ให้เราในระยะยาว ให้เป็นแบรนด์ที่เติบโตเลี้ยงปากเลี้ยงท้องเราและคนทางบ้านได้นี่คิดหนักเหมือนกัน ในท้องตลาดก็มีหลากหลายสินค้าเลยไม่ว่าจะเป็นพวกผลิตภัณฑ์ครีมบำรุง ลิปสติก หรือสบู่ .. ก่อนการจะเริ่มทำผลิตภัณฑ์อะไรสักอย่างนอกจากความชอบที่ต้องมีแล้ว การสำรวจตลาดก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญเลยล่ะ และการที่ออกตลาดแต่ละครั้งเราจะเห็นเลยว่าการออกแบบผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์มีส่วนสำคัญในการเป็นจุดดึงดูดให้คนสะดุดตาและเลือกที่จะหยิบ ซึ่งเราเองก็ไม่มีความรู้ด้านนี้เลยไม่ว่าจะเป็นเรื่องการออกแบบหรือเทคนิคอะไรที่อยู่บนแพคเกจ ทีแรกก็คิดว่าเป็นเรื่องง่าย ๆ ก็แค่ทำอย่างที่ชอบไปก็เท่านั้น แต่ความจริงแล้วมีอะไรที่ต้องลงรายละเอียดอีกเยอะเลย

เริ่มลงมือทำสินค้าครั้งแรก

อย่างที่บอกว่าต้องมีใจชอบและรักก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งเราเองก็ชอบเรื่องความสวยงาม การดูแลผิวพรรณเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็ศึกษาหาข้อมูลเลยว่าจะสร้างมันขึ้นมาได้ยังไง พอได้ข้อมูลมาแล้วก็ตรงดิ่งไปคุยกับทางผู้รับผลิตที่มีทีมนักวิจัยเลย ซึ่งที่นั่นก็เรียกได้ว่าครบวงจรเลยเพียงแค่เรามีงบประมาณตามที่เขาบอกมาตามสรรพคุณที่เราต้องการ ชำระเงินแล้วก็แค่รอ ก็จะได้รับสินค้าของเราภายในเวลาอันสั้น แต่.. อย่างที่บอกว่าเราต้องการสร้างแบรนด์ที่อยู่กับเรานานๆ เราเลยค่อนข้างพิถีพิถันมากค่ะ ใช้เวลามากสักหน่อยก็ไม่เป็นไร ขอให้สินค้าเราออกมาโดนใจและใช้งานได้ดี เห็นผลจริงเราก็ภูมิใจมากแล้ว

ซึ่งนอกจากการเลือกสรรพคุณและส่วนประกอบต่าง ๆ แล้วอีกสิ่งที่เราใส่ใจมาก ๆ นั่นคือการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เราต้องเจรจากับทางทีมผู้ผลิตว่าเราต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้เป็นคนออกแบบและผลิตขึ้นมา ซึ่งทางนั้นก็ไม่ติดปัญหาอะไรค่ะ ทีนี้ปัญหาคือเราไม่มีความรู้ด้านนี้เลยจะเริ่มต้นอย่างไรดี

ศึกษาข้อมูลและดูผลงานที่เขาเคยทำ

เรื่องการดีไซน์และผลิต ขึ้นรูปออกมาเป็นแพคเกจนี่ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดมากค่ะ ทั้งเรื่องของการเลือกสี เทคนิคต่าง ๆ ไม่ว่าจะปั้มนูน ยูวีสปอต เคลือบด้าน เคลือบเงา การเลือกกระดาษ ฯลฯ มันวุ่นวายเวียนหัวมาก ทีแรกถอดใจจะกลับไปให้ทางผู้ผลิตเป็นคนทำแล้วค่ะ แต่พอนั่งคิดอีกทีไหน ๆ ก็เริ่มแล้วต้องเดินไปให้สุด เราเก็บตัวอย่างจากแพคเกจต่าง ๆ ที่ชอบ แล้วเริ่มค้นหาโรงพิมพ์เพื่อปรึกษาเขาค่ะ และเราก็มาเจอเจ้านี้ “อินฟินิตี้ พรินติ้ง” ซึ่งเขาไม่ใช่เจ้าแรกนะที่เราได้ปรึกษาไป แต่เขากลับเป็นเจ้าที่เรียกได้ว่ามีเซอร์วิสมายด์ ให้คำปรึกษาเราอย่างไม่หงุดหงิด และที่สำคัญเรารู้สึกได้ว่าเขาต้องการช่วยให้สินค้าของเราติดตลาดจริง ๆ เขาถึงได้ให้คำแนะนำอย่างเต็มที่เลย

เริ่มต้นออกแบบ

พอเราได้โรงพิมพ์ที่เราพอใจแล้วก็คุยเรื่องออกแบบ ดีไซน์กับเขาพร้อมทั้งเข้าไปดูโรงพิมพ์ของเขาด้วยเพื่อเลือกกระดาษและนำตัวอย่างแต่ละจุดให้เขาดูว่าส่วนไหนของกล่องต้องการให้เป็นแบบไหน สิ่งที่เราไม่คิดก็คือนั่นเป็นการคุยที่ง่ายมาก เขาเข้าใจภาษาบ้าน ๆ ของเรา เข้าใจว่าเราต้องการให้ออกมาเป็นแบบไหน พร้อมทั้งเอาตัวอย่างที่เขาเคยทำให้ดู และเทียบให้ดูว่าอย่างไหนเรียกว่าดี อย่างไหนเรียกว่าไม่ดี พร้อมทั้งเอารูปแบบกล่องของเราที่เขาได้ออกแบบมาให้เราเลือกด้วย ซึ่งเราชอบมาก แทบไม่มีตรงไหนที่ต้องแก้เลย มีเพิ่มไอเดียเราไปนิดหน่อย ซึ่งเขาก็แก้ให้ปรับให้เราถูกใจมากที่สุด

งานดีต้องมีตัวอย่าง

การทำแพคเกจไม่ใช่ว่าออกแบบไปแล้วจะมาสั่งผลิตได้เลย ต้องมาดูตัวอย่างงานด้วยไม่อย่างนั้นเราจะจินตนาการไม่ออกเลยว่าสิ่งที่เราต้องการ หรือออกแบบไปแล้วนั้นมันโอเค หรือติดขัด แบบล้น หรืออยากปรับแก้ยังไง ซึ่งที่นี่ขึ้นตัวอย่างอย่างให้เราดูค่ะ มันทำให้เราที่แทบไม่มีความรู้ด้านนี้เลยสบายใจขึ้นมาก และงานถูกใจมากจริง ๆ และอีกอย่างที่ชอบนั่นคือ บริเวณกล่องของเราเห็นตัวอักษรได้อย่างคมชัด ซึ่งทางโรงพิมพ์เล่าให้ฟังว่า บางที่ก็ทำแบบเอาเปรียบลูกค้าใช้หมึกไม่ดีบ้าง หรือเป็นบล๊อคพิมพ์เก่าบ้าง ตัวอักษรเอย เส้นเอย จะไม่คม ทำให้ไม่สวยและดูเลอะ บางทีก็อ่านแทบไม่ออกกันเลยทีเดียว และที่สำคัญเรื่องสีที่แทบไม่เพี้ยนไปจากที่เดิมเลย อาจมีดร๊อปไปบ้างซึ่งทางโรงพิมพ์แจ้งว่าเป็นเรื่องปกติของงานพิมพ์ค่ะ สีจะเพี้ยนไปบ้างแต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งแทบจะไม่มีความแตกต่างเลย ซึ่งเรื่องของสีเพี้ยนสีตรงนั้นเขาก็จะมีให้เทียบค่ะ มีการนำค่าสีนั้น ๆ ไปลงเครื่องพิมพ์เพื่อให้สีออกมาใกล้เคียงที่ต้องการมากที่สุดด้วย

ขึ้นรูปได้ชัดตัดกระดาษขาดคม

บอกเลยว่ากว่าจะมาเป็นกล่องบรรจุภัณฑ์สักชิ้นนี่ นอกจากจะผ่านการออกแบบ การเลือกสี การขึ้นโครง ฯลฯ ยังต้องมีเรื่องของการตัดบล๊อคกระดาษมาเกี่ยวด้วยอีก ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องของเครื่องจักรที่ใบมีดต้องคม ตัดแล้วขาดกระดาษไม่รุ่ยด้วย มาร์คในการพับ ก็ต้องสามารถทำได้ง่าย ซึ่งที่นี่ไม่มีปัญหาเลย เรียกได้ว่าเขาใส่ใจเราตั้งแต่เริ่มจนจบงานอีกด้วย

เรียกได้ว่าไม่ใช่ว่าการลงทุนเพื่อสร้างแบรนด์ ทำสินค้าอะไรก็ได้ขึ้นมาแล้วไม่มีการเอาใจใส่แล้วจะทำให้สินค้าขายได้นะ เราต้องละเอียดอ่อนและคำนึงถึงอะไรหลาย ๆ อย่าง และถ้าเป็นเรื่องแพคเกจการเลือกโรงพิมพ์ที่มีและมีประสบการณ์นั้นจะช่วยให้เพื่อน ๆ ทำงานได้ง่ายมากขึ้นจริง ๆ